"หงาคาราวาน"กับรางวัล"ศรีบูรพา"

อาจารย์ใหญ่เพลงเพื่อชีวิต "หงา คาราวาน" ได้รับรางวัลนักเขียน "ศรีบูรพา"
ประจำปี 2549 เตรียมเข้ารับรางวัลในงาน "วันนักเขียน" วันที่ 5 พ.ค.นี้
จัดโดยสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เผยเป็นเจ้าของหนังสือเด่นหลายเล่ม
อาทิ เดินไปสู่หนไหน, มาจากที่ราบสูง, ข้างถนน ตลอดจนนวนิยายก่อนฟ้าสาง

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. คณะกรรมการ "กองทุนศรีบูรพา"
มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ นายสุรชัย จันทิมาธร ได้รับ "รางวัลศรีบูรพา" ประจำปี 2549
ทั้งนี้ "รางวัลศรีบูรพา" เป็นกิจกรรมหนึ่งของ "กองทุนศรีบูรพา"
ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรำลึกและเผยแพร่เกียรติประวัติ
นายกุหลาบ สายประดิษฐ์-"ศรีบูรพา" (พ.ศ.2448-2517)
นักประชาธิปไตย นักเขียนนักหนังสือพิมพ์คนสำคัญของไทยและของโลก
"รางวัลศรีบูรพา" มอบสำหรับศิลปิน นักคิดนักเขียน และนักหนังสือพิมพ์
ผู้มีผลงานอันทรงคุณค่ามีชีวิตที่เป็นแบบอย่าง ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2531

ผู้ได้รับรางวัลมาแล้วรวม 17 ท่าน ดังนี้ นายศักดิ์ชัย บำรุงพงศ์ (เสนีย์ เสาวพงศ์),
น.ส.อำพัน ไชยวรศิลป์ (อ.ไชยวรศิลป์), นางนิลวรรณ ปิ่นทอง,
นายอาจินต์ ปัญจพรรค์, นายสุจิตต์ วงษ์เทศ, นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ (ส.ศิวรักษ์),
นายกรุณา กุศลาสัย, นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี,
นายวิทยากร เชียงกูล, นางสุภัทร สวัสดิรักษ์, นายสมชัย กตัญญุตานนท์ (ชัย ราชวัตร),
นายเสถียร จันทิมาธร, นายนิธิ เอียวศรีวงศ์,นายธีรยุทธ บุญมี,
นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล และนายสมบูรณ์ วรพงษ์

ประวัตินายสุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวาน เกิดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2491
ที่จ.สุรินทร์ เป็นบุตรของนายยุทธ นางเล็ก จันทินมาธร จบมัธยมร.ร.รัตนบุรี
เคยเรียนวิทยาลัยช่างศิลป์แต่ไม่จบ ถือเป็นนักแต่งเพลงชั้นแนวหน้าคนหนึ่งของวงการเพลง
ไทย ผู้คนในวงการเพลงเพื่อชีวิตยกย่องให้เป็นอาจารย์ใหญ่ของวงการเพลงเพื่อชีวิต ในปี 2516
ร่วมกับ วีระศักดิ์ สุนทรศรี ก่อตั้งวงดนตรี "ท.เสนและสัญจร" ขึ้น
ก่อนจะรวมวงกับวงบังคลาเทศแบนด์ ของมงคล อุทก และ ทองกราน ทานา เป็นวงดนตรี "คาราวาน"
เมื่อปี 2517 มีผลงานออกมาหลายสิบชุด นอกจากนี้ หงา คาราวาน
ยังมีผลงานด้านการเขียนหนังสือหลายเล่ม อาทิ รวมบทกวี "จารึกบนหนังสือ"
รวมเรื่องสั้น "เดินไปสู่หนไหน" "มาจากที่ราบสูง" "ข้างถนน" "ความบ้ามาเยือน"
และ "ดวงตะวันสีแดง" และนวนิยาย "ก่อนฟ้าสาง" เป็นต้น

ลูกชายวัย 10 ขวบกว่าของหงา คาราวาน กันตรึม-พิฆเณศร์ จันทิมาธร
"ดีใจเหมือนกันที่พ่อเป็นที่รู้จักของคนส่วนใหญ่ พ่อก็สั่งสอนทำให้ผมได้รู้เรื่องอื่นๆ
ผมอ่านหนังสือของพ่อเล่มเดียวคือ 'มาจากที่ราบสูง' ก็อยากดำเนินรอยตามพ่อ
อยากเขียนหนังสือ เล่นดนตรี แต่ไม่อยากอยู่อย่างเดียวคือ ไม่อยากร้องเพลง
เพราะผมไม่ชอบร้องเพลง แต่ชอบเล่นกีตาร์"

น้องชายของหงา คาราวาน ซึ่งอายุห่างกันประมาณ 11 ปี สหชาติ จันทิมาธร
"ผมมีแรงบันดาลใจจากพี่หงา แล้วมีกำลังใจในการเริ่มต้น
การส่งอิทธิพลทางความคิดก็มาจากงานของแก ได้อ่านเรื่องสั้นแกบ้าง ได้ฟังเพลงของแก
ได้ฟังคาราวานชุดแรกก็ซึมซับเข้าใจกัน มันเป็นธรรมชาติ
เพราะเรื่องที่แกเขียนถึงพูดถึงมันคือความเป็นจริงที่เรามองเห็นอยู่ทุกวี่ทุกวัน
ชาวนาชาวบ้าน ตัวละครบางคนผมก็รู้จักมีตัวตนจริงอยู่ในหมู่บ้านเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว"

วีระศักดิ์ (แดง คาราวาน)
"งานเขียนของแกก็ได้รับการยอมรับอย่างสูงในหมู่นักอ่านจริงๆ ในช่วง 20
ปีที่ผ่านมา คนจะรู้จักหงา คาราวานมากกว่าสุรชัย จันทิมาธร คนในแวดวงเพื่อชีวิตบางส่วนอาจจะ
ไม่รู้ว่าสุรชัย จันทิมาธรคือใคร เป็นนักเขียนเขียนหนังสือเรื่องอะไร บ้างก็รู้จักกันค่อนข้างจำกัดอยู่
ในด้านของคนอ่านหนังสือกับคนฟังเพลงเพื่อชีวิตจะอยู่คนละส่วน ผมชอบงานเขียนของเขา
ซึ่งไม่สังกัดอยู่กับพื้นที่หรือเวลา และคิดว่ายังอยู่ได้นานทั้งงานเขียนเพลง และหนังสือ"

ทองกราน ทานา (อืด คาราวาน)
"แนวเขียนรูปของหงาก็เป็นลายเส้น การเขียนกวี และเขียนเพลงก็จะสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน
จะมีสัญลักษณ์ของเขา เขาเคยเขียนรูปในปกเทปชุด บ้านนาสะเทือน ก็เป็นทิศทางของศิลปะเพื่อชีวิต"

มงคล อุทก (หว่อง คาราวาน)
"ชีวิตหลักๆ ของแกก็คือเขียนหนังสือ ผมบอกให้เขียนรูป แกบอกว่าอุปกรณ์เยอะ
แกเขียนลายเส้นดี ใช้ปากกาได้เก่งมาก ถึงแกไม่มีเวลาวาดรูป แกก็เขียนหนังสือ ซึ่งตรงนี้น่าศึกษา
เพราะแกเป็นคนที่เขียนตรงไหนก็ได้ ทำงานได้หมดทั้งเขียนเพลง และเขียนหนังสือ
บนรถตู้ ในร้านกาแฟ ร้านก๋วยเตี๋ยว อะไรก็ได้ถ้าคนเร่งต้นฉบับมา เขียนได้หมด
ถือว่าแกบันทึกสังคมไทย และโลกไว้ด้วย เป็นคนทำงานไวและมีคุณภาพ ได้รางวัลนี้แล้วรางวัลอื่นๆ คงตามมา"

ส.ว.รักษาการ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ
"เมื่อเร็วๆ นี้สุรชัยก็ขึ้นเล่นดนตรีในการชุมนุมประท้วง นี่คือสุรชัย เขาไม่คิดว่าจะเป็นอันตราย
ไม่คิดว่าจะถูกทำอะไรก็ตามแต่ เพราะเขาต่อสู้มาเยอะทั้งเข้าป่าจับปืน ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์การปฏิวัติ
บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตย สิ่งที่สุรชัยมองเห็นว่าไม่เป็นธรรมเขาก็ประท้วงโดยไม่รุนแรงอะไร
ใช้แนวรบด้านวัฒนธรรมคือเสียงเพลงของเขา รางวัลศรีบูรพาไม่ใช่รางวัลเล็กๆ เป็นรางวัลที่ดี
ผู้ที่ได้รับรางวัลนี้สังคมต้องมองเห็นว่าเป็นคนดี ซึ่งยังไม่เพียงพอ
แต่ต้องประพฤติปฏิบัติเพื่อประชาชนและประโยชน์ของสังคม"

เพื่อนร่วมยุคที่เล่นดนตรีและต่อสู้ร่วมกันมาตั้งแต่ 14 ตุลา 2516 รังสิต จงฌานสิทโธ หรือป่อง ต้นกล้า
"เพราะมีการสร้างงานมาเยอะในหลายๆ อย่าง ไม่ว่าสภาพชีวิตจะเป็นอย่างไร
จะมืดหรือสว่างก็สามารถรังสรรค์งานได้อย่างดี แล้วเป็นคนที่ไม่ค่อยมีมารยาด้วย น่ารัก
เคยเห็นกันมาพอสมควรในหลายสภาพ ก็โอเค
ไม่มีอะไรจะมาขวางการสร้างสรรค์งานของเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านลบหรือด้านบวก"

ผู้กำกับหนังอย่าง สนานจิตต์ บางสพาน
"หงาน่าจะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของสังคมไทยในยุคนี้ รู้จักกันมา 30 ปี
สุรชัยก็เป็นคนเป็นมนุษย์คนหนึ่ง"

จำลอง ฝั่งชลจิตร นักเขียนที่ถือว่าเป็นรุ่นใหญ่ในวงการวรรณกรรมของไทย
"มีงานเขียนหลายเรื่องที่พี่หงาเขียนออกมาอย่างอิสระ เทคนิคหลายๆ อย่าง เช่น
งานคอลลาจซึ่งเขียนมาตั้ง 30 ปีแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าสมัยใหม่มาก ไม่ได้ใหม่ในแง่ศิลปะแต่ใหม่ในตัวเนื้อหาด้วย
เรื่องสั้นของพี่หงาแต่ละเรื่องไม่ว่ามองด้วยสายตาอะไร การจบเรื่องไม่เคยอุจาดสักเรื่องเดียว
จะจบเรื่องโดยเอาศิลปะหรือธรรมชาติเข้ามาจบเรื่อง รู้สึกเป็นสุขเวลาอ่าน
เป็นคนที่ใช้ภาษาแม่นมากๆ ใช้ภาษาเฉพาะตัว การเป็นคนที่รู้จักศิลปะ
การเป็นคนที่อ่านมากทำให้งานของพี่หงาไม่ล้าสมัย เข้าใจลึกซึ้งว่าเรื่องสั้นคืออะไร
และเข้าใจมนุษย์ ซึ่งเราจะเห็นเรื่องสั้นเหล่านี้จากพี่หงา"

ระกาย ปรัชญา
"พี่หงาเป็นกวีทั้งในความลุ่มลึกของการหยั่งเห็นชีวิต ขณะเดียวกันก็มีพลังอย่างชัดเจน
ในแง่ของสถานการณ์ทางการเมืองและสังคมในยุคสมัย พี่หงาจะมีความเป็นกวีสองมิติควบคู่กัน
ไปตลอดเวลาคือ ทั้งนามธรรมซึ่งเอื้อต่อการเข้าถึงภายในสำหรับผู้อ่าน
กับรูปธรรมซึ่งเอื้อต่อการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางการเมืองภายนอก
พี่หงาก็ดำรงสถานะนี้มาตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน
และยังคงมีไฟที่จะดำรงความเป็นกวีทั้งสองมิตินี้ต่อเนื่องไปอีกยาวนาน"

เวียง-วชิระ บัวสนธ์ เจ้าของและบรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชน
"ถ้าสังเกตก็พบเหมือนกับพี่หงาเองก็กีดกันอำนาจของสิ่งที่เราเรียกว่า วรรณกรรรมเพื่อชีวิต
ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับงานเขียนหรืองานวรรณกรรมด้วยซ้ำไป อาจจะไปปรากฏอยู่ในเนื้อหาของบทเพลง
ซึ่งว่าไปแล้วก็ไม่มาก อย่างเพลงบางเพลงที่เหมือนกับภาคบังคับในป่า
ก็กลายเป็นพี่หงาเป็นพวกเพื่อชีวิต แต่เราต้องไม่ลืมว่าเพื่อชีวิตที่ถูกผลิตขึ้นในยุคก่อนไม่ใช่เพื่อชีวิต
ในแบบที่เราเข้าใจในยุคหลัง คำว่าเพื่อชีวิตในยุคนั้นก็คือ
งานสร้างสรรค์ สำหรับการเรียกงานเขียนของพี่หงาและดนตรีของคาราวานว่าเป็นเพื่อชีวิต
แต่จริงๆ แล้วเป็นวงดนตรีที่มีเนื้อหาในการสร้างสรรค์ทางสังคมต่างหาก"

ชูเกียรติ ฉาไธสง
"ควรได้รางวัลนี้ แม้อายุ 58 ปีแล้วก็ยังต่อสู้เพื่อสังคมอยู่ ไม่มีการท้อแท้ท้อถอย เหมือนกับสมัยหนุ่มไม่มีเปลี่ยนแปลง
จิตใจยังเหมือนเดิมเป็นคนที่น่านับถือที่สุด เป็นของจริงที่สุดในวงการเพลงเพื่อชีวิต สมแล้วที่แกเป็นอาจารย์ใหญ่"

เสี้ยวจันทร์ แรมไพร
"ที่จริงอยากให้น้าหงาทำงานใหม่ออกมาเพราะหลายๆ คนจะเฝ้าคอยอยู่เสมอ อย่างเรื่องสั้นพอออกมาทุกคน
ก็คอยติดตามอ่านเพราะอยากรู้ว่าน้าหงาคิดอะไรอยู่ ถ้าเขียนเรื่องสั้นในปัจจุบันจะเป็นอย่างไร