ตอนนี้ผมได้ข่าวเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของพวกน้องๆที่พวกเค้าๆเรียกกันว่าโอเน็ต-เอเน็ต ซึ่งสมัยผมไม่มีหรอก มีแค่เลือกอันดับ1ถึง5ก็จบ ให้ผมไล่ว่าอะไรคือโอเน็ต-เอเน็ต ผมไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าที่เรียกกันว่า แอดมิชชั่นส์ ดูมันเท่กว่าสมัยก่อนวะ อืม..เลยทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงหนังเรื่องนึง ผมจำได้ว่าเรื่องนี้ผมเข้าดู2รอบ รอบแรกดุแล้วอ่านซับไตเติ้ลไม่ทันเลยไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะตัวเองสายตาสั้น รอบ2เข้าไปเลยพกเอาแว่นสายตาเข้าไปด้วย จำได้ว่า ดูโรงหนังชั้นล่างมาบุญครองสมัยเก่าๆ ถ้าใครอายุ30กว่าๆคงจะนึกออกนะ..ผมว่าใครก็ตามที่หมดไฟ หรือหมดแรงบันดาลใจ ผมแนะนำ หาเรื่องนี้มาดูเลยครับ ผมว่าวีซีดี หรือดีวีดีเรื่องนี้หาไม่ยากครับ...

Welton โรงเรียนที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา ที่มีจารีต ประเพณีที่เข้มงวดสืบทอดกันมา
ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชั้นเรียนของครู Keating เขามีวิธีการสอนที่ไม่ยึดถือตามแบบตำรา
โดยให้นักเรียนค้นหาให้พบตัวเอง รู้จักที่จะมีมุมมองในแง่มุมที่แตกต่างในหลายๆแง่มุม
และการรู้จักที่จะตามใจตนเองปรารถนา
คุณครูหัวสมัยใหม่ ผู้มาพร้อมกับแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร ตั้งแต่การมองโลก การใช้ชีวิตและการทำตามความฝันของตน
ด้วยลักษณะเหล่านี้
ในหมู่นักเรียนจึงมีความชื่นชอบในตัวของครู Keating เป็นอย่างมาก
Neil Perry และกลุ่มเพื่อนๆได้การก่อตั้ง ชมรมกวีไร้ชีพ (Dead Poets Society)
Neil Perry ได้เข้าร่วมแสดงละครเวที
โดยความไม่ยินยอมพร้อมใจจากผู้เป็นพ่อ สุดท้ายจึงเกิดโศกนาฎกรรมที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น
เรื่องราวจึงย้อนมากระทบต่อชมรมกวีไร้ชีพ
ครูหัวเก่า ไม่ยอมรับและหาทางขับไล่ครูคีตติ้งออกไป
ท่ามกลางวิถีและกฎเกณฑ์อันเคร่งครัด เขาได้ปลูกฝังค่านิยม
และให้นิยามของการเรียนรู้ที่ต่างออกไปแก่ลูกศิษย์
และนั่นก็ทำให้ชีวิตพวกเขาเปลี่ยนไป

การพบกันระหว่างความคิดแบบเก่าของพ่อแม่ กับ ความคิดระบบใหม่ของคนเป็นลูก
ซึ่งด้วยความที่วัยต่างกันจึงมักจะมองอะไรต่างกันไป
อย่างเรื่องเรียนที่พ่อแม่มักจะมุ่งเน้นไปที่ความสำเร็จและมั่นคงของลูกเป็นสำคัญ
ส่วนลูกจะชอบไม่ชอบเห็นเป็นเรื่องรองลงมา ไม่ใช่ว่าไม่สำคัญนะครับ
เพียงแต่พวกท่านมักจะคิดว่า ให้ลูกเรียนๆไป เดี๋ยวก็ชอบเองแหละ..

"เบื้องหลังกระดาษแผ่นนึง มีคุณค่าอะไรซุกซ่อนอยู่บ้าง
หรือเป็นเพียงใบเบิกทางด้านในตำแหน่งงานเท่านั้น"

ตอนจบของเรื่องนี้งดงามมากเพราะอะไร
เพราะว่าคนเขียนบทฉลาดพอจะไม่ตกขอบลงไปในด้านใดด้านหนึ่งอย่างที่เห็นกันง่ายๆ
ว่าไม่สุขก็ทุกข์ ไม่แพ้ก็ต้องชนะ
เรื่องนี้จบลงแบบไม่สมหวัง แต่ว่ามีหวัง เทียนที่ครูจุดให้ลูกศิษย์ไม่มีวันดับ และโลกก็ยังหมุนต่อไปได้ แม้ไม่ใช่ด้วยความสมหวัง
แต่ก็ด้วยความหวัง ซึ่งเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจมนุษย์มาตั้งแต่ถือกำเนิดจนสิ้นชีวิต


Comment

Comment:

Tweet

เคยอ่านเป็นหนังสือมานิดหน่อย
พอมาดูจริงต้องอชมเลยล่ะครับ

#35 By ขันหมาก (119.42.122.147) on 2010-11-28 10:41

ผมดูครั้งแรกเมื่อตอน ม.3 ประทับใจมากๆเพราะไปดูกับเพื่อนทั้งห้อง ความเป็นกบฎเล็กๆในตัวผมได้ก่อตัวขึ้น นับจากที่ผมเดินออกมาจากโรงหนัง ตัวละครทุกตัวมีชีวิตมากๆ เหมือนเค้าเข้ามาคุยกับเรา เล่าเรื่องให้เราฟัง จนรู้สึกว่า เราเองก็คือเพื่อนของเขาคนนึง

#34 By lighthouse trang (118.173.128.53) on 2010-06-16 14:58

<a href="http://ufgywlszktqmwjg.com">eficnzhkneyevjz</a> http://amtiogcfulzptfp.com [url=http://hlrweqbznsvsvkw.com]fwefcieuohyygsv[/url]

#33 By eqrljcaqyc (94.102.52.87) on 2010-06-14 03:58

<a href="http://sclbeuhdzgfxmuj.com">qfgwcjmhnhrblri</a> http://gcfdikepppjodax.com [url=http://yllrvsukhqtmeic.com]ovfhysutxvngcac[/url]

#32 By xkuyoiwxqz (94.102.52.87) on 2010-06-10 20:01

<a href="http://qkpbmzdskgxcdrj.com">ucagivwuqfshqzg</a> http://vxpkqwiufurcsfw.com [url=http://ernyecrppibyebp.com]tdlupkuddbwyanf[/url]

#31 By xnonzgqocz (94.102.52.87) on 2010-06-07 21:48

ชอบเนื้อหาเรื่องนี้มาก
สอนให้เรารู้จักรมองหาต้วเองที่แทนจริง

ขอขอบคุณอารจารย์ที่สอนวิชาอังฤกษที่แนะนำสิ่งที่ดีดีให้กับผมbig smile

#30 By Rut KBU (110.164.245.80) on 2009-12-13 20:16

ชอบมาเลยงับ

เป็นหนังสมัยตอนเฟิร์นพึ่งเกิดเลย
ถ้าไม่ได้ดู นี่เสียดายแย่ ^^

confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile

#29 By YuuHou on 2009-11-22 19:42

วันนี้ได้ดูหนังเรื่องนี้ค่ะ ในวิชาของมหาลัย
ไม่ว่าหนังจะผ่านไปสักกี่ปี แต่ก้อยังมีคุณค่าอยู่เสมอเลยนะคะ^^

ตอนจบแอบซึ้ง น้ำตาซึมเหมือนกันค่ะT_T

#28 By ตะเกียบ (124.121.141.112) on 2009-11-07 00:10

เดี๋ยวจะหามาดูมั่ง แหะๆ ^^"

#27 By YuuHou (110.49.35.129) on 2009-11-01 21:53

ดูเรื่องนี้แล้ว อย่าลืมไปหาดู stand by me แด่เราและเพื่อน นะครับ

#26 By second wind (125.26.162.27) on 2009-09-14 16:27

เรื่องนี้ผมดูทุกครั้งที่มีโอกาส seize the days ผมชอบคำ ๆ นี้ มันเหมือนคาถาประจำตัวเลยนะ มนุษย์มีจิตวิญญาณเสรี และโรมานซ์ มันหล่อเลี้ยงชีวิตเราไม่ให้แห้งเฉานะ.. ผมว่า

#25 By second wind (125.26.162.27) on 2009-09-14 16:23

seize the daconfused smile confused smile

#24 By inSpr~ing* on 2009-08-14 00:27

embarrassed big smile

#23 By tipaporn (202.29.95.130) on 2009-07-17 13:51

ตอนจบซึ้งมาก

น้ำตาไหล

พอดีอาจารย์เอามาให้ดูในชั้นเรียน

ในวิชาการศึกษากับการพัฒนาสังคม

หนังเรื่องนี้ดีมาก

สะท้อนสังคมได้ดี

#22 By กิตติ้ง (61.7.141.35) on 2009-06-26 17:42

20 ปีผ่านไป ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังคงสามารถสอนชีวิตให้กับคนอย่างเราๆได้อย่างดีเยี่ยม

ประทับใจมาก

หวังว่าทุกคนจะยังคงซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกและความฝันของตัวเองนะคะ

#21 By (125.25.244.87) on 2009-03-22 18:44

แค่ดูครั้งเดียว..ก็รู้ว่าเป็นเรื่องทีสอนให้เราคิดออกนอกกรอบบาง..

#20 By peter (203.158.4.114) on 2009-01-15 20:18

หนังในดวงใจตลอดกาลเลยครับ
แค่ฉากสุดท้ายฉากเดียว ยังเรียกน้ำตาได้ชะงัด

#19 By คนขับช้า on 2008-11-18 20:20

ประทับใจ

#18 By i berriiz (125.25.56.127) on 2008-11-16 13:10

ชอบตอนจบมากครับ โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่โฟกัสหน้าครูคีสติ้ง แบ็คหลังว่างโล่ง ดูเป็นอิสระ หลุดพ้น และไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ confused smile

#17 By Pisit (203.131.212.33) on 2008-11-14 10:19

เราดูเรื่องนี้ตั้งเป็นนักศึกษาที่เราเรียกตัวเองว่านักกิจกรรมซึ่งจะพี่จะต้องเอามาแนะนำให้ดูแล้วคุยกันทุกคืนในค่าย การดูหนังแล้วมานั่งวิจารณ์กัน เราเองดูไปงั้นไม่ค่อยใส่ใจมันมากนัก และรับรู้แค่เพียงว่า คาเปเดี้ยม คือการไข่วคว้าวันเวลาเอาไว้ ตอนนั้นรู้เพียงว่าคำนี้มันมีคุณค่าจังเลย คาเปเดี้ยม และวันนี้เราเข้าใจมันได้ว่าหากมีความรักเราควรรีบคาเปเดี้ยมมันเอาไว้ให้มากที่สุด และสำหรับเราเรารู้ซึ้งเมื่อวันที่เสียพ่ออันเป็นที่รัก และวันนี้เราพบชายหนุ่มที่เราคิดว่าใช่สำหรับเรา คาเปเดี้ยม จึงมีความหมายอย่างมากมาย เหมือนลูกศิษย์คนหนึ่งของครูคิ๊ตติ้ง ซึ่งพบรัก เราเองก็หวังเช่นนั้น

#16 By supernana (203.154.190.4) on 2008-09-26 15:05

เยี่ยมยอดด ดด!!

#15 By Mr.sister (58.9.5.236) on 2008-09-04 02:07

พึ่งดูจบเมื่อกี้นี้ครับ

สุดยอดจริงๆ

seize the day ครับ
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ชอบมากที่สุดเลยครับ
ฉากที่ชอบที่สุดคือ ฉากตอนใกล้จะจบที่นักเรียนขึ้นยืนบนโต๊ะ

#13 By (202.12.97.113) on 2008-05-31 00:26

เพิ่งได้มาดูเต็มๆตอนที่เค้าเอามาฉายที่ยูบีซี เพราะเมื่ก่อน หาดูยาก เพราะมันไม่ใช่หนังตลาดค่ะ(ไม่น่าเชื่อว่าอีธานจะหน้าเด๊กกก เด็ก)
ไปถามที่ร้านเช่า เด็กที่ร้านทำหน้างง ชอร์แชงยังไม่มีเลย ไม่เข้าใจว่าทำไม หนังดีๆไม่มีให้ดู แต่ กลับไปอยู่ในกระบะหนังแผ่นลดราคา
ชอบที่สุดก็ตอนจบ
มันคือ1ใน 100ฉากจบที่ดีที่สุดเท่าที่เคยดู และมีคนเล่าสู่กันฟัง

#12 By bend (124.121.129.72) on 2008-04-23 17:01

ดูสามรอบแล้วค่ะ ประทับใจมาก อยากทราบว่าหนังเรื่องนี้สร้างจากหนังสืออะไร? ใครเขียน และแปลเป็นภาษาไทยหรือยัง ใครรู้ช่วยตอบด้วยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
คาร์เปเดียม

#11 By มิ่งขวัญ (203.172.202.241) on 2008-02-18 15:44

เรื่องนี้ผมดูที่โรงไมโครแม็คหรืออะไรนี่แหละ(ใต้โรงแมคเคนน่า)
ประมาณ4-5รอบ แล้วก็ซื้อวีดีโอมาเก็บไว้ดูอีกด้วย
เป็นหนังอันดับ1ในดวงใจจนถึงทุกวันนี้เลยครับ
Carpe Diem !!

#10 By Ripley on 2008-01-08 09:31

Car pedium

สุดยอดมากครับ เป็นหนังที่สะท้อนชีวิตและสังคมได้ดีที่สุดเรื่องนึงในวงใจผมเลยครับ

this film is fantastic!!
but i see it a lot of times and now i don&acute;t like so much. this film is teach you the humans valors.. byebye...lukilla

#8 By (88.14.111.203) on 2007-05-06 01:54

สังคมไทยมีแต่พวกปากประชาธิปไตยใจเผด็จการมีบทบาทครอบงำเกือบทุกวงการครับ แม้แต่นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อมีอำนาจราชศักดิ์ขึ้นมาก็ลืมตัวใช้ประชาธิปไตยไม่เป็น โกงกิน เล่นนอกกติกา เอาเปรียบฝ่ายตรงข้ามตลอด แล้วจะไปหาประชาธิปไตยกันที่ไหนเล่าครับ ทั้งนายทุน ธุรกิจเอกชน ระบบราชการ ยิ่งซ้ำร้ายไปใหญ่ พวก NGO ก็เบาซะที่ไหน(เผด็จการหัวก้าวหน้า)สรุปพวกที่เข้าถึงหนังเรือง Dead Poets Society ก็ดี หนังเรื่อง"โหมโรง"ก็ดีมีน้อยมาก และไม่มีบทบาทในสังคมไทยเลย ปล่อยให้แต่ไอ้พวกปัญญาอ่อนหมุนเวียนเข้ามาเป็นชนชั้นนำในบ้านเมือง เข้ามากอบโกย ทุจริต เอาเปรียบคนส่วนใหญ่สารพัด

#7 By ชมรมกวีไร้ชีพ (125.25.3.139) on 2007-03-11 14:21

แก้คำผิด "goolgle" แก้้เป็น google

#6 By ชมรมกวีไร้ชีพ (203.114.116.202) on 2007-03-05 21:06

หนังเรื่องนี้เชิดชูความเป็นตัวของตัวเองและทวนกระแสสังคมที่วิปริต(ขาดชีวิตชีวา) ดีจังครับ...ผมใช้ชื่อนี้ท่องไปในโลกไซเบอร์ ลองค้นคำว่า"ชมรมกวีไร้ชีพ"ที่goolgle" นะครับ ช่วยให้กำลังใจหน่อยนะกำลังต่อสู้กับพวกไม่มีสุนทรีในจิตใจอยู่

#5 By ชมรมกวีไร้ชีพ (203.188.53.23) on 2007-02-19 01:54

หนังเรื่องนี้ดูแล้วชอบมากๆ ประทับใจ
โดยเฉพาะตอนที่ขึ้นไปยืนบนโต๊ะน่ะ
อย่างซึ้งเลยค่ะ

#4 By namwarn on 2006-04-27 13:44

ต้องชมคนเขียนบทนะคะนี่ เฉียบขาดมาก

#3 By Backpacker on 2006-04-20 16:28

รบกวนฝากไว้ด้วยครับ

http://forcharity.exteen.com/

#2 By ...FOR CHARITY ONLY... on 2006-04-20 09:45

Capedium

ผมชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ ครับ

เพราะว่ามันโดนใจผมอย่างแรง เพราะว่าผมเองก็มีปัญหาเหมือนเด็ก ๆ ในหนังนี่ล่ะ ต้องขอบคุณหนังเรื่องนี้ ที่ทำให้ผมยืนหยัด และอยู่รอดบนโลกใบนี้มาได้ถึงทุกวันนี้

#1 By เจ้าชายน้อย on 2006-04-17 00:22