"เจ้าชายน้อย" ( The Little Prince )
posted on 17 Jul 2005 11:18 by dj-indy in Art
ถ้าใครเคยได้อ่านวรรณกรรมเรื่องนี้ในสมัยเด็กๆอาจได้มุมมองอีกแบบหนึ่ง....
ในหนังสือเล่มนี้ แต่ถ ้าเวลาล่วงเลยไปแล้ว
ได้กลับมาอ่านในตอนเป็นผู้ใหญ่ก็จะได้ มุมมองข้อคิดอีกแบบหนึ่งเปลี่ยน
ผมหมายถึง วรรณกรรมคลาสิกของโลกเรื่อง "เจ้าชายน้อย"
หนังสือที่งดงาม เรียบง่าย ไร้เดียงสาแสดงถึง ความจริงของชีวิตปรากฏขึ้น
ได้อย่างเด่นชัดที่สุด จินตนาการอันบริสุทธิ์ของดวงใจน้อย ๆของเจ้าชายน้อย
ผมอ่านวรรณกรรมเรื่องนี้ ได้สะกิดใจผมให้รำลึกถึง "สิ่งที่สำคัญ"
ดังท่อนหนึ่งในหนังสือกล่าวว่า
"เราจะมองเห็นแจ่มชัดด้วยหัวใจเท่านั้น สิ่งสำคัญนั้นไม่อาจเห็นได้ด้วยดวงตา"
" It is only with the heart that you can see fully ;
what is essential is invisible to the eyes "
เจ้าชายน้อยพูดกับสุนัขป่า

สุนัขจิ้งจอก สอนให้เจ้าชายน้อยรู้จัก การสร้างความผูกพันธ์
One runs the risk of weeping a little, if one lets himself be tamed...
"เราเสี่ยงต่อการร้องไห้เมื่อเราปล่อยตัวให้สร้างความสัมพันธ์ขึ้นมา"
"The fact is that I did not know how to understand anything!
I ought to have judged by deeds and not by words.
She cast her fragrance and her radiance over me. I ought never to have run away from her...
I ought to have guessed all the affection that lay behind her poor little strategems.
Flowers are so inconsistent! But I was too young to know how to love her..."
"ฉันไม่เข้าใจอะไรเสียเลย
ในตอนนั้นฉันควรจะรู้จักตัดสินเธอจากการกระทำของเธอ
มิใช่จากคำพูดของเธอ เธอทำให้โลกของฉันหอมหวนและแจ่มใส
ฉันจึงไม่ควรหนีจากเธอมาเลย
ฉันควรจะเห็นความอ่อนหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้มารยาของเธอ
ดอกไม้ก็มีอารมณ์หวั่นไหวง่ายเช่นนี้เสมอแหละ
แต่ฉันก็อ่อนหัดเกินกว่าที่จะรู้จักรัก"
"Only the children know what they are looking for," said the little prince.
"They waste their time over a rag doll and it becomes
very important to them; and if anybody takes it away from them, they cry..."
"พวกเด็กๆเท่านั้นที่รู้ว่าตนเองต้องการอะไร..." เจ้าชายน้อยกล่าว
"เขายอมเสียเวลาให้กับตุ๊กตาผ้าและตุ๊กตานั้นก็มีความสำคัญมาก
และถ้าใครมาเอามันไปจากเขา เขาก็จะร้องไห้..."
เจ้าชายน้อย พูดกับชายบนพื้นโลกว่า
" คนในโลกของเธอ ปลูกกุหลาบตั้งห้าพันต้นในสวนเดียว และเค้ายังไม่พบสิ่งที่เค้าต้องการ
และทั้งๆสิ่งที่เค้าต้องการอาจหาได้จากกุหลาบแค่ดอกเดียว หรือ น้ำเพียงนิดเดียว"
" แต่ตาของคนเรากลับมืดบอด สิ่งนั้นต้องค้นหาด้วยใจ ฉันได้ดื่ม
ได้หายใจเต็มที่ในยามรุ่งอรุณ ทรายมีสีน้ำผึ้ง
ฉันเองก็มีความสุขที่ทรายมีสีน้ำผึ้ง ทำไมฉันจะต้องเป็นทุกข์ "
" เธอมีพิษร้ายแรงใช่ไหม เธอแน่ใจรึเปล่าว่าจะไม่ทำให้ฉันทรมาน "
ทำไมกับแค่หมวกใบเดียว จะทำให้ใครๆต้องกลัวด้วย
ภาพเขียนของผมไม่ใช่หมวกสักหน่อยมันเป็น
รูปงูเหลือมที่กำลังย่อยช้างตัวหนึ่งอยู่ในกระเพาะต่างหาก
***************
แซง-แต็ก ซูเปรี Antoine De Saint-Exuper
เกิดวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2443 หรือ ค.ศ.1900
ที่เมืองลียอง ประเทศฝรั่งเศส
ผลงานของ อังตวน เดอ แซงแต็ก ซูเปรี
-ค.ศ.1928 เขียนนิยายเรื่องแรก "ไปรษณีย์ใต้" ( Southern Mail )
แปลเป็นภาษาไทยแล้วชื่อว่า "ไปรษณีย์ใต้" แปลโดย นารีรัตน์
-ค.ศ. 1931 นิยายเรื่องที่สองคือ "เที่ยวบินกลางคืน" ( Night Fight )
เรื่องนี้แปลเป็นภาษาไทยชื่อปกว่า "เที่ยวบินกลางคืน" ผู้แปลคือ "คันธา ศรีวิมล"
-นิยายเรื่องที่สาม Wind, Sand and Stars
นิยายเรื่องนี้ได้รับรางวัลกรองด์ พรีซ์ ดู โร ม็อง จากราชบัณฑิตฝรั่งเศส
-นิยายเรื่องที่ 4 คือ Fight to Arras
-ค.ศ. 1942 เขาจึงได้เขียนนิยายเรื่อง "เจ้าชายน้อย" ( The Little Prince )
แปลเป็นภาษาไทยหลายสำนวน แต่ที่ผมรู้สึกว่าดีที่สุดคือสำนวนของ อำพรรณ โอตระกูล
นิยายเรื่องสุดท้าย Gitadelle หรือ The Wisdom of the Sand
จนกระทั่งวันที่ 31 กรกฎาคม ค.ศ.1944 เขาออกบินตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า
จนล่วงเลยมาถึงบ่ายโมงครึ่งก็ยังไม่ปรากฏแม้เงาแสงจากปีกเครื่องบิน
เขาหายสาปสูญ โดยที่เราไม่สามารถรับรู้ได้ว่าซูเปรีจบชีวิตลงอย่างไร
"Life has taught us that love does not consist in gazing at each
other but in l ooking outward together in the same direction."
Antoine De Saint-Exupery, Wind, Sand and Starts
"ชีวิตได้สอนเราว่า ความรักไม่ได้ประกอบด้วย การจ้องมองซึ่งกันและกัน
แต่เป็นการมองออกไปข้างนอกด้วยกัน ในทิศทางเดียวกัน"
อังตอน เดอ แซงต์ ซูเปอรี่ (1900-1944)
linkที่เกี่ยวข้อง
http://olddreamz.com/bookshelf/prince/littleprince.html
http://www.thaiwriter.net/world/exupery.htm
http://www.lepetitprince.com/jeux/index.php

บางทีต้องตั้งใจอ่านถึงจะเข้าใจแต่ดีนะที่เขาเป็นตัวของตัวเองชอบค่ะสนุกดีนะ
อาจารย์เอามาสอนในห้องเรียนด้วย มันได้แง่คิดในเชิงปรัชญาเยอะคะ
มีประโยขน์ ทำให้คนเรามองสิ่ง ๆ เดียวกัน แต่เกิดมุมมองที่แตกต่างกัน
เรียนรู้จากการอ่านหนังสือมีประโยชน์มากคะ
#1 By SwEetSeA^-^ on 2005-07-17 11:57