:::"โจ้ วงพอส" อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ :::

อัลบั้มทั้งหมดของวง 'พอส'
พุช มี อะเกน (2539),
อีโว แอนด์ โนวา (2541),
มายด์ (2542),
รีวายด์ (รวบรวมเพลงตั้งแต่ปี 2539-2543),
ซิมพลี มี (2543) อัลบั้มเดี่ยว


"...คําพูดเหล่านั้น ที่เธอคอยส่งมา ให้ฉันได้รับรู้ให้ฉันได้มั่นใจ
ไม่มีสิ่งใดที่จะลึกซึ้งถึงคุณค่า ผ่านมาจากถ้อยคำนั้น
ผ่านมาจากสายตาฉัน และสิ่งสิ่งนั้นบอกฉันให้รู้ตลอดมา..."
ท่อนแยกของบทเพลงที่ขับร้องผ่านเส้นเสียงของ
'อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์' หรือ 'โจ้ วงพอส'
นั้นอยู่ในใจ อยู่ในถ้อยคำของคนฟังเพลงและ
ดูโฆษณาโทรศัพท์มือถือของ 'เอไอเอส' ทางสื่อต่างๆ ไม่ว่า วิทยุ และทีวี

เป็นส่วนหนึ่งของบทเพลง "ข้อความ" จากอัลบั้ม "มายด์"
ที่เป็นเพลงฮิตที่รู้จักในวงกว้างที่สุดของวงพอส
การตายของ โจ้ อัมรินทร์ ที่เกิดขึ้น สันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
เป็นปมปริศนาที่ค้างคาอยู่ ก็คงไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้
ได้แต่คาดเดาและเชื่อมโยงเหตุการณ์ปูมหลังกันไป

หากกลับไปดูเส้นทางชีวิตและเส้นทางดนตรีของเขา
ดูช่างราบรื่นไม่มีอุปสรรค ถึงแม้จะเป็นเด็กต่างจังหวัดก็ตาม
เขาใช้เวลาเกิน 4 ปี ในการที่จะเป็นบัณฑิตด้านวิศวกรรมไฟฟ้า
แถมยังชนะเลิศประกวดร้องเพลงในระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย
และเป็นจุดหักเหที่สำคัญทำให้เขามุ่งสู่วงการดนตรีและเสียงเพลงอย่างเต็มตัว

ก้าวข้ามจากมือระดับสมัครเล่นในแบบวงนักดนตรีนักศึกษา
หรือ 'คอลเลจ อาร์ติสท์' สู่ความเป็นมืออาชีพในวงการเพลงไทย

ในนาม วงพอส (pause)

ซึ่งประกอบด้วยเพื่อนฝูงอีก 3 คน ที่เรียนจบจากเอกดุริยางค์
จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตประสานมิตร นรเทพ มาแสง (เบส)
พลกฤษณ์ วิริยานุภาพ (กีตาร์) นิรุจ เดชบุญ (กลอง) และโจ้ รับตำแหน่งร้องนำ
จากจุดเริ่มต้นการเป็นวงเฉพาะกิจในงาน 'คอลเลจ อาร์ติสท์'
ของนิตยสาร 'บันเทิงคดี' และเล่นโชว์ในงาน 'ไพเรท เรดิโอ'
จนเข้าตาและได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง 'เบเกอรี่ มิวสิค'
ค่ายเพลงอินดี้ยุคบุกเบิกของเมืองไทย
วงพอส เป็นวงดนตรีที่ถือว่า ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ
แค่เพียงอัลบั้มแรก 'พุช มี อะเกน' บทเพลง 'ที่ว่าง'
กลายเป็นเพลงฮิตเพลงแรกของพวกเขา
เสียงร้องของ โจ้ พอส กลายเป็นจุดเด่น และเป็นที่กล่าวขานถึงลักษณะของเสียง
ที่สามารถลากโหนสูงสุด แต่เต็มไปด้วยพลัง
ด้วยแก้วเสียงที่มีเจือด้วยความอบอุ่นและอิ่มหวาน
เมื่อร้องเพลงในสไตล์อะคูสติกบัลลาด ทำให้โจ้ พอส เป็นนักร้องที่ถูกจับตามอง
แต่ด้วยทิศทางดนตรีที่เต็มไปด้วยการทดลองมุ่งไปสู่ข้างหน้า
ในสไตล์ฟังก์กี้-พ็อพร็อก ของวงพอส
เป็นที่ถูกใจนักวิจารณ์เป็นอย่างมาก บทเพลง 'รักเธอทั้งหมดทั้งหัวใจ'
ก็กลายเป็นเพลงฮิตไปอีกเพลง
จนมาถึงอัลบั้มที่ 3 'มายด์'
วงพอสกลับเปลี่ยนแปลงสู่การเล่นดนตรีอะคูสติกที่หวานสวย
บทเพลง 'สัมพันธ์' และ 'ข้อความ' ได้สร้างชื่อให้พวกเขาอีกครั้ง
โดยเฉพาะบทเพลง 'ข้อความ'
ได้รับแรงหนุนส่งจากโฆษณาเอไอเอส ทำให้คนทั้งประเทศร้องเพลงนี้กันได้ติดปาก
หลังจากนั้นก็มีอัลบั้มรวมเพลงของวงพอสออกมาในชื่อ 'รีวายด์'
และอัลบั้มเดี่ยวของโจ้ อัมรินทร์ 'ซิมพลี มี' ซึ่งนำบทเพลงเก่าๆ
ที่เคยฮิตของนักร้องในยุคก่อนมาร้องใหม่ในรูปแบบของเขาเอง
และเป็นที่ชื่นชอบของคนฟังเพลง
เมื่อดูแค่กรอบหลวมๆ ของโจ้ อัมรินทร์
ถือว่าเป็นคนหนึ่งในสังคมไทยที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
สำเร็จการศึกษาในสาขาวิศวกรรม ในสถาบันชั้นนำของประเทศ
เข้าสู่อาชีพร้องเพลงก็เป็นที่รู้จักและชื่นชอบของแฟนเพลง

ชีวิตส่วนตัวของเขาอาจจะไม่เป็นที่รู้จักนัก ทั้งครอบครัวหรือความรัก
เพราะไม่ใช่ดาราดังที่อยู่ในกระแสความสนใจของคนในวงกว้างแบบเจาะลึก
แต่ในเส้นทางของเสียงเพลง การยอมทิ้งอาชีพวิศวะ ซึ่งเป็นอาชีพที่คนไทยนับหน้าถือตา
และถือว่ามีความมั่นคงได้เงินเป็นกอบเป็นกำ
มุ่งสู่เส้นทางของวงการเพลงที่ไม่รู้ชะตากรรม
ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ และเปรียบเสมือนยืนอยู่บนคมมีด
'บอย โกสิยพงษ์' กับ 'พลกฤษณ์ วิริยานุภาพ' คือคนเขียนและแต่งเพลงในนามวงพอส
ที่นำไปสู่ชื่อเสียงของโจ้ อัมรินทร์ และวงพอส เพลงฮิตต่างๆ ที่ขับร้องโดยโจ้
ผ่านจากการเคี่ยวกรำจากมันสมองของสองคนนี้

โดยตัวตนของโจ้ อัมรินทร์ นั้น บทเพลง 'รักเธอทั้งหมดของหัวใจ'
นั้นออกมาจากตัวเขามากที่สุด โดยถ่ายทอดความรู้สึกถึงการตายของน้องชาย
ให้บอย โกสิยพงษ์ เขียนเป็นเพลงออกมา
เพราะฉะนั้นการปะทะทางตัวตนและความคิดของ โจ้ อัมรินทร์
และความก้าวหน้าทางดนตรีของวงพอส จึงไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน

เพราะทางออกในการทำงานดนตรีได้คลี่คลายเข้าหาตลาดอย่างชัดเจน
ไม่ว่าอัลบั้ม 'มายด์' หรือ 'ซิมพลี มี' ถือว่าเป็นแนวเพลงอะคูสติกพ็อพ
ที่ขายเสียงและดนตรีในแบบของ โจ้ อมรินทร์ ในแบบเต็มที่
สำหรับเรื่องเงินก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้ เพราะการเป็นนักดนตรีอาชีพ
ไม่ได้ทำงานประจำ การออกอัลบั้มปีละครั้งนั้นไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้
ในยุคเทปผีซีดีปลอม ถึงแม้เพลงจะดังหรือฮิตก็ตาม

เพราะฉะนั้นการออกอัลบั้มเดี่ยวและออกไปร้องเพลงกลางคืนที่ผับ '
ทรีทเวนตี้นายน์' ของ 'วิยะดา โกมารกุล ณ นคร'
จึงเป็นทางออกในการทำงานหาเงินหล่อเลี้ยงชีพ

นักร้องหรือศิลปินนั้นย่อมหมกหมุ่นอยู่กับตัวเอง
มีอารมณ์อ่อนไหวเป็นพิเศษกว่าปกติธรรมดา
การมองโลกด้วยตาที่สามที่อ่อนไหวกว่าคนอื่น ยิ่งย่อมสร้างความสะเทือนใจ
หรือความเคร่งเครียดมากเป็นพิเศษ โจ้ อัมรินทร์ อาจตกอยู่ในขอบข่ายนั้นก็ได้

บทเพลงที่ โจ้ อัมรินทร์ เหลืองบริบูรณ์ ชอบมาก